มหาวิทยาลัยศิลปากรประกาศเจตนารมณ์มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065
อธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ประกาศเจตนารมณ์เดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ เพื่อมุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยคาร์บอนต่ำ บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2039 (พ.ศ. 2582) และตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ภายในปี 2065 (พ.ศ. 2608)
เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยท่านอธิการบดี ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วย “การพัฒนาศักยภาพและการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก” ระหว่าง มหาวิทยาลัยศิลปากร และ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดย สถาบันวิทยาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ ห้องนริศรานุวัดติวงศ์ ชั้น 4 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ IPCC ชี้ว่า ภายในปี 2030 – 2035 มีแนวโน้มที่อุณหภูมิเฉลี่ยโลกจะสูงถึง 1.5 องศาเซลเซียส การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) จึงเป็นประเด็นที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญและจัดการอย่างเร่งด่วน ตามมติการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ครั้งที่ 26 หรือ COP26 สนับสนุนเป้าหมายในการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันหายนะที่จะเกิดจากสภาวะอากาศสุดโต่ง (Extreme weather events)
มหาวิทยาลัยศิลปากรในฐานะสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำที่มุ่งสร้างสรรค์องค์ความรู้เพื่อรับใช้สังคม ตระหนักถึงความรับผิดชอบร่วมต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นวิกฤติสำคัญของโลก และเล็งเห็นว่ามหาวิทยาลัยสามารถมีบทบาทสำคัญในการเป็นแบบอย่างของสังคมคาร์บอนต่ำ ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ด้านศิลปะ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ควบคู่กับการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ จึงได้ประกาศเจตนารมณ์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในมหาวิทยาลัย โดยมีเป้าหมายหลัก 2 ประการ คือ
- “ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)” ภายในปี 2039 (พ.ศ. 2582) มุ่งลดและชดเชยการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้เท่ากับปริมาณที่สามารถดูดซับกลับคืนได้ ผ่านมาตรการอนุรักษ์พลังงาน การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการใช้พลังงานสะอาด
- “การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions)” ภายในปี 2065 (พ.ศ. 2608) โดยดำเนินการลดการปล่อยในทุกภาคส่วนของมหาวิทยาลัย และพัฒนาองค์ความรู้เชิงนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการลดคาร์บอนในระดับชุมชนและประเทศ
ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรมนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในมหาวิทยาลัย ตลอดจนเครือข่ายภายนอก ภายใต้กรอบ 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
- Community Engagement towards Lifestyle Change
- Renewable Energy Mix
- Green Innovation
- Digital Transformation
1. Community Engagement towards Lifestyle Change
1.1 การมีส่วนร่วมของชุมชนมหาวิทยาลัยสู่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเพื่อความยั่งยืน
มหาวิทยาลัยศิลปากรให้ความสำคัญต่อการสร้าง “ชุมชนมหาวิทยาลัยสีเขียว” โดยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างชุมชนมหาวิทยาลัยที่มีจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้การมีส่วนร่วมของนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรทุกภาคส่วน ผ่านกิจกรรมที่เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ กิจกรรมรณรงค์ และการสร้างจิตสำนึกที่หลากหลาย เพื่อปลูกฝังแนวคิดด้านความยั่งยืน และผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตประจำวันให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น อาทิ
“พี่ชวนกรีน” สร้างสำนึกอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
หอสมุดวังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดกิจกรรม “พี่ชวนกรีน” เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมให้แก่นักศึกษา อาจารย์ บุคลากร รวมถึงประชาชนทั่วไป เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี และกิจกรรม Open House ประจำปี 2567
พบกับ Workshop และนิทรรศการให้ความรู้ 6 หัวข้อสำคัญ อาทิ
(1) การประหยัดพลังงานไฟฟ้าและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
(2) การใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ
(3) การคัดแยกขยะ การใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ และการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบ
(4) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน
(5) แนวทางการลดขยะด้วยหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle)
(6) การแยกขยะตามประเภทผ่านการเรียนรู้จาก Infographic แสดงสีของถังขยะทั้ง 4 สี
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมความรู้ผ่านแบบทดสอบวัดความเข้าใจ ผู้ที่ทำคะแนนได้มากกว่าร้อยละ 80 จะได้รับใบรับรองการเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมต้นไม้ในกระถาง Recycle ซึ่งผลิตจากวัสดุเหลือใช้ เพื่อส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สะท้อนถึงการสร้างความตระหนักรู้และความร่วมมือในการรักษาสิ่งแวดล้อมในระดับสถาบัน
การจัดกิจกรรม “พี่ชวนกรีน” ทั้ง 2 ครั้งนี้ นับเป็นตัวอย่างของการบูรณาการความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และปลูกจิตสำนึกการใช้พลังงานอย่างรู้ค่าเข้ากับการเรียนรู้ภายในมหาวิทยาลัย ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมในการเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมสีเขียวอย่างยั่งยืน
ที่มา: https://sustainability.su.ac.th/?page_id=3905 , https://sustainability.su.ac.th/?page_id=4092
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยสนับสนุนการจัดเวทีเสวนา นิทรรศการ การอบรม และการบรรยายสาธารณะการลดใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือย ควบคู่กับการปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์พลังงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ภายในมหาวิทยาลัย เช่น เว็บไซต์ แพลตฟอร์มออนไลน์ และสื่อสาธารณะตามอาคารเรียนและหอพัก โดยมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในระยะยาว
1.2 การส่งเสริมพฤติกรรมการเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
มหาวิทยาลัยศิลปากรส่งเสริมการเดินทางภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยด้วยวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการลดการใช้พลังงานฟอสซิล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืนในชุมชนมหาวิทยาลัย โดยจัดสวัสดิการให้เกิดการใช้ทางเลือกการเดินทางที่ยั่งยืน อันได้แก่
(1) การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดินเท้า
โดยพัฒนาและปรับปรุงทางเดินเท้าให้มีความปลอดภัย ร่มรื่น และเชื่อมโยงระหว่างอาคารเรียน หน่วยงาน และพื้นที่บริการสำคัญ เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรด้วยการเดินเท้า ซึ่งเป็นรูปแบบการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้ใช้งาน
(2) การส่งเสริมการใช้จักรยานและรถโดยสารภายในมหาวิทยาลัย
ผ่านการจัดพื้นที่จอดจักรยานและเส้นทางปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่จักรยาน บนถนนประติมากรรม โดยมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี ได้จัดเตรียมไว้รองรับการปั่นจักรยานและการใช้จักรยานไฟฟ้า เส้นทางถนนประติมากรรมแห่งนี้ จึงถือได้ว่าเป็นการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการสัญจรอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม เพราะหากวันนี้เราไม่เริ่ม “พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว”
(3) การให้บริการรถรางไฟฟ้า SU SMART BUS
เพื่ออำนวยความสะดวกและลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล อำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังส่วนต่าง ๆ ของพื้นที่มหาวิทยาลัย เช่น อาคารเรียน อาคารสำนักงาน ห้องสมุด หอพัก และพื้นที่บริการนักศึกษา จากจุดจอดรวม 19 จุด ครอบคลุมพื้นที่ภายในวิทยาเขตสนามจันทร์ โดยให้บริการเส้นทางตามแผนที่ และ จุดจอด 8 จุด ครอบคลุมพื้นที่ภายในวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี
อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยศิลปากรไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบขนส่งภายในมหาวิทยาลัย แต่เล็งเห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักศึกษาและบุคลากรในการเดินทางรอบพื้นที่มหาวิทยาลัย สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับ ผู้ให้บริการระบบขนส่งพลังงานสะอาด ให้บริการรถตุ๊กตุ๊กพลังงานไฟฟ้า ภายใต้กิจกรรม SUMUV (SU x MoveMi) เพื่อส่งเสริมการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ และสร้างพฤติกรรมการเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเปิดให้บริการ 2 เส้นทางหลัก ได้แก่
เส้นทางที่ 1 สนามหลวง – วังท่าพระ – สนามหลวง
เส้นทางที่ 2 วังท่าพระ – สถานี MRT สนามไชย (Exit 1) – ป้ายรถเมล์ Museum Siam – วังท่าพระ
ที่มา: https://cei.su.ac.th/?p=6027
1.3 การส่งเสริมการลดการใช้วัสดุสิ้นเปลืองและพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว
โดยตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการใช้วัสดุสิ้นเปลืองและพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastics) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดปริมาณขยะจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในระยะยาว มหาวิทยาลัยจึงส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักศึกษา บุคลากร และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นการใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ และส่งเสริมการลดการใช้พลาสติกผ่านกิจกรรมและนโยบายต่าง ๆ อาทิ
ส่งเสริมร้านค้าและโรงอาหารภายในมหาวิทยาลัยให้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (biodegradable packaging) หรือภาชนะที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ตามนโยบาย “ส่งเสริมการบริโภคอาหารที่สะอาดและปลอดภัยในปี พ.ศ. 2567” มุ่งสร้างแรงจูงใจแก่ร้านค้าที่มีแนวทางปฏิบัติตามนโยบายนี้อย่างต่อเนื่อง
ที่มา: https://sustainability.su.ac.th/?page_id=4629
สำนักงานบริหารการวิจัย นวัตกรรมและการสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมโครงการอบรม “นำแก้วมาเอง”
สำนักงานบริหารการวิจัย นวัตกรรมและการสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมโครงการอบรมจากสถาบันอุดมศึกษา ในเครือข่ายวิจัยอุดมศึกษาภาคกลางตอนล่าง นำแก้วส่วนตัวมาใช้แทนแก้วพลาสติกหรือแก้วใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพื่อช่วยลดปริมาณขยะและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งนโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้ทรัพยากรที่สิ้นเปลือง โดยมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับองค์กรและสร้างจิตสำนึกด้านความยั่งยืนในระยะยาว
“แก้ว SU Reuse” ส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
มหาวิทยาลัยศิลปากรจัดพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ภายใต้ชื่องาน “กลิ่นจันทน์น้องใหม่ศิลปากร (SU Diversity of Creativities)” หนึ่งในกิจกรรมสำคัญ คือ การมอบ “แก้ว SU Reuse” สำหรับใช้งานซ้ำ ให้แก่นักศึกษาใหม่ทุกคน เพื่อส่งเสริมการลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ปลูกจิตสำนึกการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ตั้งแต่ก้าวแรกในรั้วมหาวิทยาลัย
แก้ว SU Reuse ออกแบบโลโก้พิเศษโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธาตรี เมืองแก้ว โดยนำตัวอักษรชื่อมหาวิทยาลัยภาษาอังกฤษมาจัดเรียงเป็นสัญลักษณ์พระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งวิทยาการและความสำเร็จ สะท้อนแนวคิดว่า “ขวดแก้วใบเดียวกัน คือ การร่วมสร้างโลกใบเดียวกันให้น่าอยู่
ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนพฤติกรรมการพกแก้วน้ำ มหาวิทยาลัยได้จัดให้มีจุดบริการน้ำดื่มสะอาดฟรีทั่วทั้งมหาวิทยาลัย ครอบคลุมพื้นที่ส่วนกลาง อาทิ อาคารเรียน ห้องประชุม โรงอาหาร หอสมุด ตลอดจนพื้นที่ของแต่ละหน่วยงานภายในของมหาวิทยาลัย เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักศึกษา บุคลากร และบุคคลทั่วไปที่พกแก้วน้ำได้เข้าถึงน้ำดื่มสะอาดได้ฟรี
1.4 การสนับสนุนเครือข่ายนักศึกษาและองค์กรนักศึกษาสีเขียว
อาจารย์ ดร.พชรพล อินทุเวศ พร้อมนักศึกษาภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ได้เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ “โครงการเครือข่ายเด็กและเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (CCE Children & Youth)”
มหาวิทยาลัยศิลปากรส่งเสริมบทบาทของนักศึกษาในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “พลังนักศึกษา ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสีเขียว” โดยสนับสนุนการจัดตั้งและดำเนินงานของ เครือข่ายนักศึกษาสีเขียว และองค์กรนักศึกษาที่มุ่งเน้นกิจกรรมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในมหาวิทยาลัย เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกมิติ
2. Renewable Energy Mix
2.1 การใช้พลังงานหมุนเวียนภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
มหาวิทยาลัยศิลปากรให้ความสำคัญกับการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาด (Clean Energy Transition) ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย ผ่านคำมั่นสัญญาในการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างระบบพลังงานที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยส่งเสริมการนำพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานชีวมวล มาประยุกต์ใช้ในระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานของมหาวิทยาลัย เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็น “Green University” และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) เป้าหมายที่ 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Affordable and Clean Energy)
Solar Rooftop
ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์
มหาวิทยาลัยศิลปากรดำเนินการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดยเริ่มจากการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) บนหลังคาอาคารเรียน อาคารสำนักงาน และโรงจอดรถ ในทุกวิทยาเขตของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนหลัก ลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว อาทิ
คณะเภสัชศาสตร์ นำร่องติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารเรียนหลักและอาคารส่วนปาฐอาศรม ประโชติเปล่งวิทยา เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ ดังนี้
(1) ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว
(2) ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
(3) สนองต่อนโยบายของภาครัฐและมหาวิทยาลัยในการใช้พลังงานสะอาดและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
(4) สนับสนุนการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติด้านพลังงานทดแทนแก่นักศึกษาและบุคลากร
(5) ติดตามผลการประหยัดค่าไฟฟ้า ในการพัฒนางานด้านต่าง ๆ อาทิ การเรียนการสอน การวิจัย และบริการวิชาการเพื่อสังคม เพื่อขยายผลสู่ทุกพื้นที่ของมหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังมีการติดตั้งระบบติดตามและวิเคราะห์การใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ (Real-time Energy Monitoring System) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน ลดการสูญเสีย และส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานในระยะยาว และเตรียมแผนขยายการติดตั้งระบบ Solar Rooftop ไปยังอาคารเรียนและอาคารสนับสนุนอื่น ๆ ในทุกวิทยาเขต เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาพรวมของมหาวิทยาลัย และยกระดับสู่การเป็นต้นแบบด้านการจัดการพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
อาคารคณะเภสัชศาสตร์
อาคารส่วนปาฐอาศรม ประโชติเปล่งวิทยา
การใช้อุปกรณ์และระบบประหยัดพลังงานภายในมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศิลปากรตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลังงานฟอสซิล โดยได้ดำเนินการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และระบบสาธารณูปโภคภายในมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
(1) การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
ให้เป็นแบบประหยัดพลังงาน เช่น เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ คอมพิวเตอร์ ตู้เย็น เครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องใช้สำนักงานอื่น ๆ โดยเลือกใช้รุ่นที่ได้รับฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 หรือเทียบเท่ามาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์
คอมพิวเตอร์
(2) การปรับปรุงระบบส่องสว่าง
ภายในอาคารเรียน สำนักงาน และพื้นที่สาธารณะ ด้วยการเปลี่ยนหลอดไฟแบบเดิมเป็นหลอด LED ที่ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ และมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
หลอดไฟ LED
(3) การติดตั้งระบบควบคุมพลังงาน
เช่น สวิตช์ควบคุมอัตโนมัติและระบบตั้งเวลาเปิด–ปิดไฟ เพื่อป้องกันการใช้พลังงานเกินความจำเป็นในช่วงเวลาที่ไม่มีการใช้งาน
(4) การส่งเสริมพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า
ผ่านกิจกรรมรณรงค์ การประชาสัมพันธ์ และโครงการอบรม เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานให้แก่นักศึกษา บุคลากร และประชาคมมหาวิทยาลัยทุกภาคส่วน
การส่งเสริมการใช้พลังงานชีวมวลและพลังงานทางเลือกที่เหมาะสมกับบริบท
มหาวิทยาลัยศิลปากรให้ความสำคัญกับการพัฒนาและใช้พลังงานสะอาดจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และขับเคลื่อนการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 7 Affordable and Clean Energy) โดยเฉพาะการใช้พลังงานชีวมวล (Biomass Energy) และพลังงานจากก๊าซชีวภาพ (Biogas Energy) ซึ่งสามารถผลิตได้ภายในประเทศและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
(1) โรงงานผลิตไบโอดีเซลขนาดเล็ก
มหาวิทยาลัยศิลปากรได้จัดตั้งโรงงานผลิตไบโอดีเซลขนาดเล็ก (Small-scale Biodiesel Plant) ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้และต้นแบบการจัดการพลังงานชีวภาพอย่างครบวงจร ดำเนินการโดยอาจารย์และนักศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
โรงงานแห่งนี้ผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil) ที่รวบรวมจากโรงอาหารภายในมหาวิทยาลัย และนำเชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตได้ไปใช้ในยานพาหนะดีเซลของมหาวิทยาลัย เช่น รถบริการภายใน รถขนส่งวัสดุ และรถบรรทุกขนาดเล็ก ซึ่งช่วยลดการใช้ดีเซลเชิงพาณิชย์และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในระบบปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยอย่างเป็นรูปธรรม
โรงงานผลิตไบโอดีเซลขนาดเล็ก
หม้อไอน้ำที่ใช้เชื้อเพลิงจากชีวมวล
(2) พลังงานจากก๊าซชีวภาพ
นอกจากการผลิตไบโอดีเซลแล้ว มหาวิทยาลัยยังส่งเสริมการใช้พลังงานจากก๊าซชีวภาพ (Biogas Energy)ซึ่งได้จากกระบวนการหมักวัสดุอินทรีย์ เช่น เศษอาหาร เศษพืช และมูลสัตว์ โดยมีระบบผลิตก๊าซชีวภาพบางส่วนอยู่ภายใต้การดูแลของคณาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อใช้ในการเรียนการสอน การวิจัย และการสาธิตเทคโนโลยีพลังงานชีวภาพ
พลังงานก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้ถูกนำมาใช้ใน โรงอาหารและศูนย์อาหารของมหาวิทยาลัย แทนการใช้ก๊าซหุงต้ม (LPG) ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงานฟอสซิล
ก๊าซชีวภาพ
การดำเนินงานดังกล่าว ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานภายในมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม เข้ากับการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการแก่ชุมชน สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยศิลปากรในการเป็นต้นแบบของสถาบันอุดมศึกษาที่ขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
3. Green Innovation
ระบบติดตามการลดใช้พลังงานและจัดการขยะด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร
สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็น “ห้องสมุดสีเขียว” ตามมาตรฐานสำนักงานสีเขียวของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการจัดทำระบบติดตามข้อมูลการลดใช้พลังงาน การคัดแยกขยะมูลฝอยอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาช่วยเสริมกระบวนการบริหารจัดการขยะ
โดยการพัฒนาแอปพลิเคชันช่วยจำแนกประเภทขยะจากภาพถ่าย โดยใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) และ โครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน (Convolutional Neural Networks: CNNs) เพื่อจำแนกประเภทของขยะจากภาพได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยลดความผิดพลาดในการคัดแยก และส่งเสริมให้บุคลากรจัดการขยะได้ถูกต้อง
นอกจากนี้ ข้อมูลปริมาณการใช้พลังงานและการคัดแยกขยะจะถูกจัดเก็บและแสดงผลผ่านแดชบอร์ด (Dashboard) เพื่อสะท้อนปริมาณการใช้พลังงานและขยะในแต่ละประเภท พร้อมเปรียบเทียบทั้ง 3 วิทยาเขต เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามผลและสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานและการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ สะท้อนถึงความสำเร็จในการนำนวัตกรรมมาขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืน และเป็นต้นแบบในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยศิลปากร
ที่มา: https://sustainability.su.ac.th/?page_id=6343
4. Digital Transformation
4.1 ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (D-Sarabun)
มหาวิทยาลัยศิลปากรพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (D-Sarabun) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเอกสารด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ลดการใช้กระดาษ หมึกพิมพ์ และพลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากกระบวนการจัดพิมพ์และจัดเก็บเอกสาร ระบบดังกล่าวช่วยให้การรับ–ส่งหนังสือ การอนุมัติ และการติดตามงานเป็นไปแบบออนไลน์อย่างรวดเร็วและปลอดภัย สนับสนุนเจตนารมณ์มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และสอดคล้องกับแนวทางการใช้เทคโนโลยีเพื่อประหยัดพลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ที่มา: https://bdt.su.ac.th/corporate/?p=12202
4.2 ระบบการศึกษา (Reg SU)
มหาวิทยาลัยศิลปากรพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการศึกษาหรือ Reg SU เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการข้อมูลนักศึกษา การลงทะเบียนเรียน การประเมินผล และการออกเอกสารทางการศึกษาในรูปแบบดิจิทัลอย่างครบวงจร ระบบดังกล่าวช่วยลดการใช้กระดาษและพลังงานจากการพิมพ์เอกสาร รวมถึงลดการเดินทางของนักศึกษาและบุคลากรในการติดต่อราชการ เนื่องจากสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ภายใต้แนวคิด “Anytime Anywhere” ส่งผลให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สนับสนุนแนวทางการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของมหาวิทยาลัย


