มหาวิทยาลัยศิลปากรเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย “หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน GGUS”

          สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต มหาวิทยาลัยศิลปากรตระหนักถึงบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการร่วมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งในมิติของการศึกษา วิจัย และการสร้างองค์ความรู้เพื่อความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม

          “หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน หรือ Greenhouse Gas Unit for Sustainability (GGUS)” ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้การกำกับดูแลโดยภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษา วิจัย และพัฒนานวัตกรรมด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หน่วยวิจัยดำเนินภารกิจทั้งในบทบาทของ วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษา ให้กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรไม่แสวงหากำไร และภาคประชาสังคม

          ภารกิจหลักครอบคลุม

  • การวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อการติดตาม ตรวจวัด และประเมินผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • การถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียว ที่ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของกิจกรรมและองค์กร
  • การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและเครือข่าย ผ่านการฝึกอบรม การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ และการอบรมเชิงลึก
  • การให้คำปรึกษาด้านยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม เพื่อการกำหนดนโยบาย การวางแผนรับมือกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการปรับตัวอย่างมีประสิทธิภาพ

          นักวิจัยประจำ “หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS)” ซึ่งเป็นคณาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint for Product: CFP) และการทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Verification of Carbon Footprint of Products) อย่างเป็นทางการ จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ Thailand Greenhouse Gas Management Organization (Public Organization) ซึ่งแสดงถึงความเชี่ยวชาญด้านการประเมินและจัดการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับองค์กรและผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของประเทศ ได้แก่

          ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปฏิกร ศรีภิรมย์ การจัดการก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตร การใช้ประโยชน์ที่ดินและป่าไม้ อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมทั่วไป

       อาจารย์ ดร. พชรพล อินทุเวศ การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร อุตสาหกรรมประเภทจัดอบรม สัมมนา เเละกิจกรรมอีเวนต์

     หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) มุ่งสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 13 ว่าด้วยการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13 Climate Action) พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการสู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม อันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศในระยะยาว

  1. บทบาทด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

          หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) ได้ดำเนินการจัดอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ภาคเกษตรกรรม และชุมชน เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้และศักยภาพในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนการวางแผนรับมือภัยพิบัติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน การบริหารจัดการพลังงานในองค์กร และการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้

          นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานชีวมวล เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดคาร์บอนฟุตพรินต์ และขับเคลื่อนสังคมสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน

กิจกรรมอบรม “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการประเมินก๊าซเรือนกระจกจากภาคการจัดการขยะและภาคป่าไม้”
          เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2567 หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) ได้จัดกิจกรรมอบรมภายใต้หัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการประเมินก๊าซเรือนกระจกจากภาคการจัดการขยะและภาคป่าไม้” ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครปฐม ณ ห้องประชุมเจดีย์ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี จังหวัดนครปฐม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนเรียนรู้กระบวนการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคส่วนที่มีผลกระทบสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ภาคการจัดการขยะและภาคป่าไม้ โดยมีผู้เข้าร่วมจากมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
          นอกจากนี้ กิจกรรมยังมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายทางวิชาการระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการบูรณาการงานวิจัยสู่การดำเนินงานด้านความยั่งยืนในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ
          พร้อมกันนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economy) และสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมอบรม “การลดก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตปุ๋ยอินทรีย์”
          เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2567 หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครปฐม ได้จัดกิจกรรมอบรมภายใต้หัวข้อ “การลดก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตปุ๋ยอินทรีย์” ณ ศูนย์การเรียนรู้การจัดการขยะมูลฝอยแบบครบวงจร องค์การบริหารส่วนตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการผลิตและการใช้ปุ๋ยอินทรีย์อย่างถูกวิธีให้แก่สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลยายชา เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของการจัดการทรัพยากรชีวภาพและการหมุนเวียนสารอินทรีย์ในระบบเกษตรกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะและศักยภาพของชุมชนให้สามารถนำแนวทางการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในพื้นที่ของตน
          นอกจากการลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีและช่วยเพิ่มคุณภาพดินและผลผลิตทางการเกษตรแล้ว กิจกรรมยังส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การหมักปุ๋ยโดยใช้พลังงานสะอาด การจัดการขยะอินทรีย์แบบลดการใช้พลังงาน และการประยุกต์ใช้ระบบพลังงานทดแทนขนาดเล็กในกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการลดคาร์บอนและสร้างระบบการเกษตรคาร์บอนต่ำ มุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โครงการอบรม “การปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตในสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน”
          เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2567 หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) ได้จัดโครงการอบรมภายใต้หัวข้อ “การปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตในสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน” ณ โครงการห้องเรียนพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ระดับชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดความรู้และสร้างความตระหนักให้แก่เยาวชนเกี่ยวกับแนวทางการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการดำเนินชีวิตที่คำนึงถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) และการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs)
          การอบรมมุ่งส่งเสริมศักยภาพของเยาวชน นักเรียน และบุคลากรในโครงการห้องเรียน พสวท. (สู่ความเป็นเลิศ) ให้มีความเข้าใจและตระหนักถึงบทบาทของตนในฐานะกำลังสำคัญของประเทศ โดยเน้นการเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ได้แก่
          (1) การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
          (2) การเลือกใช้พลังงานสะอาด
          (3) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสีเขียว (Green Technology) ในชีวิตประจำวัน
          นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาโครงงานและงานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด ซึ่งช่วยเสริมสร้างทั้งความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น
          (1) การใช้พลังงานทดแทนในโรงเรียน
          (2) การออกแบบนวัตกรรมลดการปล่อยคาร์บอน
          (3) แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
          นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเป็นเวทีสำคัญในการปลูกฝังจิตสำนึกด้านความยั่งยืนและสร้างเครือข่ายเยาวชนที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต อันจะเป็นพลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในมิติวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
          การดำเนินโครงการในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยศิลปากรในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนของประเทศ

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การจัดการก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร”
          เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2567 หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) ได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้หัวข้อ “การจัดการก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร” ณ บริษัท ฮาซเคม โลจิสติกส์ แมเนจเมนท์ จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) เสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society)
          กิจกรรมภายในโครงการมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรขององค์กร ให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการดำเนินงานจริง เช่น
          (1) การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
          (2) การลดการใช้ทรัพยากรฟุ่มเฟือย
          (3) การจัดการของเสียอย่างยั่งยืน
          (4) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดในระบบโลจิสติกส์
          เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากการขนส่งและกระบวนการผลิต ทั้งยังเป็นการยกระดับขีดความสามารถของภาคเอกชนในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
          นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการดำเนินงานตามแนวทางมาตรฐานความยั่งยืน (Sustainability Standards) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานและทรัพยากร ลดต้นทุนในระยะยาว และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและสังคม
          การดำเนินโครงการในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยศิลปากรในการเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจกและการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ หรือ Sustainable Development Goals (SDGs)

กิจกรรมอบรม “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการประเมินก๊าซเรือนกระจกจากภาคการจัดการของเสียและภาคพลังงานในโรงเรียน”
          เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครปฐม ได้จัดกิจกรรมอบรมภายใต้หัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการประเมินก๊าซเรือนกระจกจากภาคการจัดการของเสียและภาคพลังงานในโรงเรียน” ณ ห้องประชุมเจดีย์ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี จังหวัดนครปฐม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเสริมสร้างความเข้าใจการประเมินก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมภายในสถานศึกษา ทั้งในด้านการจัดการของเสีย การใช้พลังงาน และการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมประกอบด้วย คณะผู้บริหารและครูจากหลายโรงเรียนในจังหวัดนครปฐม
          การอบรมมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถนำแนวคิดด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการโรงเรียนและการจัดการเรียนการสอน ได้แก่
          (1) การส่งเสริมการประหยัดพลังงานในอาคารเรียน
          (2) การใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ในโรงเรียน
          (3) การจัดการของเสียแบบลดการปล่อยคาร์บอน
          (4) การบูรณาการเนื้อหาด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับหลักสูตรการเรียนรู้ของนักเรียน
          นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นเวทีในการส่งเสริมบทบาทของโรงเรียนในฐานะศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชน มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการดำเนินงานสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรทางการศึกษา อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับท้องถิ่น สอดคล้องกับ 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs)

โครงการอบรม “การจัดการก๊าซเรือนกระจกและการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรในภาคอุตสาหกรรม”
          เมื่อวันที่ 17 และ 24 มีนาคม 2568 หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) ได้จัดโครงการอบรมหัวข้อ “การจัดการก๊าซเรือนกระจกและการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรในภาคอุตสาหกรรม” ณ คณะเทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์การเกษตร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตองครักษ์ โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วยบุคลากรและนักศึกษาชั้นปีที่ 3–4 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการก๊าซเรือนกระจก และแนวทางการวัดและประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับองค์กร ตลอดจนส่งสร้างความเข้าใจในการใช้เครื่องมือและมาตรการเพื่อจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
          ทั้งนี้ ยังมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถวางแผนและดำเนินงานด้านความยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และปฏิบัติตามมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กรภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเหมาะสม

โครงการอบรม “การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG Model) สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและการจัดการขยะพลาสติกด้วยหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน”
          เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) ได้จัดโครงการอบรมหัวข้อ “การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG Model) สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและการจัดการขยะพลาสติกที่ยั่งยืนด้วยหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)” พร้อมทั้งการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ (Upcycling) ให้แก่บุคลากรจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี ณ โรงแรม แคนทารี กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี
          โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน การจัดการขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพ และการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ โดยประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และแนวคิด BCG Model เป็นกรอบการดำเนินงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำแนวทางดังกล่าวไปปรับใช้ในการวางแผนและบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
          นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและชุมชน ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

โครงการอบรม “การลดก๊าซเรือนกระจกจากการทำนาเปียกสลับแห้ง และการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการวัสดุเหลือใช้จากการปลูกข้าวเพื่อความยั่งยืน”
          เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครปฐม จัดโครงการอบรมหัวข้อ “การลดก๊าซเรือนกระจกจากการทำนาเปียกสลับแห้ง และการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการวัสดุเหลือใช้จากการปลูกข้าวเพื่อความยั่งยืน” ณ ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (เครือข่าย) ตำบลดอนตูม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม
          โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรในพื้นที่เกี่ยวกับเทคนิคการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying: AWD) และการจัดการวัสดุเหลือใช้จากการเพาะปลูกข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรกรรม และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรทางการเกษตร
          นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถปรับใช้แนวทางการเกษตรที่ยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างแรงจูงใจในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนชุมชนสู่ความยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างเกษตรกร เพื่อให้เกิดการพัฒนาภาคเกษตรในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

โครงการอบรม “การจัดทำข้อมูลประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์เทศบาลเมืองชะอำ”
          เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) ได้จัดโครงการอบรมภายใต้หัวข้อ “การจัดทำข้อมูลประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์เทศบาลเมืองชะอำ” ให้แก่บุคลากรของ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ณ หอประชุมอาคารศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองชะอำ
          โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่เทศบาลและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับกระบวนการเก็บรวบรวมและประเมิน คาร์บอนฟุตพรินท์ขององค์กรท้องถิ่น (Organization Carbon Footprint: CFO) เพื่อให้สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวางแผนและบริหารจัดการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับเทศบาลอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรท้องถิ่นในการประยุกต์ใช้ความรู้เชิงวิชาการเพื่อการวางแผนเมืองอย่างยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการที่ยั่งยืน ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ

2. บทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร
          หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) ดำเนินงานให้คำปรึกษาและสนับสนุนองค์กรภาครัฐและอุตสาหกรรม จำนวน 8 แห่ง ให้สามารถผ่านการรับรองการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรและผลิตภัณฑ์ ตามมาตรฐานขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ได้สำเร็จ ข้อมูลที่ได้จากกระบวนการประเมินดังกล่าวถือเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่มีความน่าเชื่อถือ สามารถนำไปใช้ในการวางแผนและกำหนดยุทธศาสตร์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
          องค์กรภาครัฐ
          หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) เป็นที่ปรึกษาในโครงการวิจัย “การพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด: กรณีศึกษาจังหวัดนครปฐม” โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถของหน่วยงานภาครัฐในระดับจังหวัดให้สามารถจัดทำแผนและมาตรการรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมหาวิทยาลัยศิลปากรในฐานะที่ปรึกษาได้ดำเนินการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในบริบทของจังหวัดนครปฐม
          • ประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดในปีฐาน พ.ศ. 2562 และปีเป้าหมายในอนาคต พ.ศ. 2573
          • จัดทำแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ
          • ส่งเสริมแนวคิดและแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
          ผลลัพธ์จากโครงการทำให้จังหวัดนครปฐมมีข้อมูลพื้นฐานด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแนวทางการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ชัดเจน สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือประกอบการกำหนดนโยบายและแผนปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานของจังหวัดในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) เป็นที่ปรึกษาในการประเมินคาร์บอนฟุต พริ้นท์องค์กรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Carbon Footprint for Organization: CFO) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยวิจัยเพื่อการจัดการพลังงานและเศรษฐนิเวศ สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อดำเนินโครงการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรของหน่วยงาน
          หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) ได้ให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่บุคลากรขององค์กรในการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ครอบคลุมทุกขอบเขตการดำเนินงานขององค์กร ทั้งด้านพลังงาน การขนส่ง การบริหารจัดการของเสีย และการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ
          ผลการดำเนินงาน ทำให้องค์กรสามารถจัดทำการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรได้สำเร็จ และผ่านการทวนสอบตามมาตรฐานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่กำหนดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
          การดำเนินงานดังกล่าว เป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและสถาบันการศึกษาในการขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับท้องถิ่น อันนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับคำปรึกษาในการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ได้แก่

  • เทศบาลตำบลบางแพ จังหวัดราชบุรี
  • เทศบาลตำบลหลักเมือง จังหวัดราชบุรี
  • เทศบาลตำบลท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
  • เทศบาลเมืองปากแพรก จังหวัดกาญจนบุรี

องค์กรภาคอุตสาหกรรม

          หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) เป็นที่ปรึกษาให้กับภาคอุตสาหกรรมในการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) เพื่อจัดทำข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการดำเนินงานขององค์กรอย่างเป็นระบบ ภายใต้การให้คำปรึกษาของหน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) บริษัทสามารถดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และจัดทำรายงานการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรได้อย่างครบถ้วน

          ผลการดำเนินงาน ทำให้บริษัทที่เข้ารับการให้คำปรึกษาสามารถผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ได้สำเร็จ

การดำเนินงานดังกล่าว เป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาในการขับเคลื่อนการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตและการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังช่วยยกระดับศักยภาพของภาคเอกชนให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพและมุ่งสู่การเป็นอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Industry) ในอนาคต บริษัทภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับคำปรึกษา ได้แก่

  • บริษัท มาสเตอร์-เทค เคมีคอล จำกัด
  • บริษัท คิวพี (ประเทศไทย) จำกัด
  • บริษัท จันทร์ 29 จำกัด (มหาชน)

          ทั้งนี้ หน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) ยังได้จัดทำรายงานและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม และยกระดับศักยภาพในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับองค์กรอย่างเป็นระบบ
          การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง บทบาทเชิงรุกของมหาวิทยาลัยศิลปากร ผ่านหน่วยวิจัยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (GGUS) ในการเป็นกลไกเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) อย่างแท้จริง